Siam insect zoo : Chiangmai

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา

The Great Bhutan, Bhutanitis lidderdalii ocellatomaculata, an extincted butterfly from Thailand not long ago ผีเสื้อภูฐาน หรือผีเสื้อสมิงเชียงดาว ผีเสื้อที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้

[คัดลอกลิงก์]

Genus: Bhutanitis Akinson, 1873
Species: Bhutanitis lidderdaliiAtkinson, 1873
Subspecies: Bhutanitis lidderdalii ocellatomaculata Igarashi, 1979
         This species is believed extinct from Thailand since 1982 when there was a big forest fire burning a large area and the larval food plants at its habitat at Chiang Dao Hill, Chiang Mai. A note by a butterfly expert from Thailand, Mr. Aroon Samruadkit (in Thai) is attached below telling the story of the discovery story of this butterfly at its habitat which is at Chiang Dao Hill in September 1978. The adult wingspan is 100-120 mm. Sexes are similar, antenna short, FW elongate and rounded at apex, HW with tails, the longest one at vein 4 and shorter ones at veins 3, 2 and 5; UP blackish-brown with yellowish markings, the red tornal area extended to vein 5 of HW, half filled in by a large black patch and two small white central spots. Distribution: India to North Thailand (confined to Chiang Dao – Chiang Mai).
         ผีเสื้อภูฐาน หรือผีเสื้อสมิงเชียงดาว เป็นผีเสื้อที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเนื่องจากเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่เผาผลาญทำลายพืชอาหารและแหล่งกำเนิดของผีเสื้อชนิดนี้บนดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งพืชอาหารที่กล่าวถึงนี้คือต้นมณฑาดอยดอกสีแดงMangilietia garrettii Craib แม้ว่าปัจจุบันยังมีต้นมณฑาดอยขึ้นอยู่ในป่าที่ดอยหลวงเชียงดาวก็ตามแต่ก็สายเกินกว่าจะรักษาเผ่าพันธุ์ของผีเสื้อชนิดนี้ไว้ได้
        จากบันทึกของอาจารย์อรุณ สำรวจกิจ* ถึงเรื่องราวการค้นพบแหล่งกำเนิดในช่วงเวลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ พิมพ์เผยแพร่ในวารสารตราไปรษณียากร ฉบับเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2527, ISSN 0125-1449 หน้า 33 เรื่องตราไปรษณียากรชุดผีเสื้อชุดที่ 3 ซึ่งมีใจความว่า
        ดังเป็นที่ทราบกันดีว่าแมลงจำพวกผีเสื้อนั้นเป็นสัตว์ที่สวยงามมาก ข้าพเจ้าคิดว่าเกือบทุกประเทศในโลกมีเก็บสะสมไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาของประเทศนั้นๆ ซึ่งบางประเทศได้ถือเอาผีเสื้อบางชนิดเป็นผีเสื้อประจำชาติของเขาด้วย….การสือสารแห่งประเทศไทยมีกำหนดในการออกจำหน่ายตราไปรษณียากรชุดผีเสื้อชุดที่ 3 ในวันที่ 27พฤศจิกายน 2527 จึงขอรวบรวมเรื่องความเป็นมาของผีเสื้อชุดนี้คือชนิดราคา 2.00 บาท เป็นภาพผีเสื้อชื่อ สมิงเชียงดาว Bhutanitis lidderdalei ochracea Tytler อย่างไรก็ตามชื่อที่ถูกต้องที่ยอมรับในปัจจุบันปรากฏอยู่ด้านบน ผีเสื้อชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ปาปิลิออนนิดี้(Family Papilionidae)
         เมื่อเดือนมีนาคม 2516 ข้าพเจ้าได้เดินทางไปสำรวจและรวบรวมแมลงที่ดอยหลวงเชียงดาว ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าได้แวะเยี่ยมมิสเตอร์ยัง (Mr. Young) ซึ่งเคยรู้จักกันเมื่อปี 2496 ข้าพเจ้าได้ถามถึงผีเสื้อของเมืองไทยทางภาคเหนือ ซึ่งท่านผู้นี้มีความรู้อยู่พอสมควร ในการสนทนากับท่าน ท่านบอกว่าบุตรชายของท่านได้ผีเสื้อมาจากชาวเขา คิดว่าเป็นจีนฮ่อ ตัวหนึ่ง ท่านได้หยิบหนังสือมาชี้ให้ดูรูป ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจมากไม่นึกว่าผีเสื้อชนิดนี้จะมีอยู่ในเมืองไทย ครั้นข้าพเจ้าสอบถามรายละเอียดและอยากเห็นตัวจริง ท่านก็บอกว่าบุตรชายของท่านนำติดตัวเอาไปเวียดนามด้วย แต่ท่านแนะนำให้ไปหาที่ดอยเชียงดาว

         
จนเวลาล่วงเลยมาหลายปี ข้าพเจ้าได้ไปเดินสำรวจบนดอยหลวงเชียงดาว และบริเวณเชิงดอยอีกหลายครั้ง แต่ความหวังก็เลื่อนลอย จนมาปี 2520 คุณกริช ตันติเวชศักดิ์ ได้นำผีเสื้อชนิดนี้ตัวหนึ่งมามอบให้ภราดาอำนวย ปิ่นรัตน์ จึงได้นำลงพิมพ์ในหนังสือButterflies of Thailand Vol. One แต่ก็เป็นเพียงตัวเดียวเท่านั้น?ต่อมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2521 ข้าพเจ้าพร้อมด้วยนายโทน อุทัย เป็นผู้นำทางได้เดินทางไปพักแรมที่ห้วยแม่โงน ทางทิศเหนือของดอยเชียงดาว เป็นสถานที่ซึ่งคุณกริชบอกข้าพเจ้าว่าจับได้บริเวณนั้น ข้าพเจ้าพักอยู่หลายวันก็ไม่มีวี่แววของแมลงตัวนี้ จึงเดินทางไปพบคุณกริชที่บ้านแม่คองซ้ายแล้วเดินทางกลับ ระหว่างทางได้พบจีนฮ่อคนหนึ่งชื่อเล่าเอ๋อ ได้บอกว่าเขาเป็นผู้ที่จับผีเสื้อตัวนั้นบนดอยเชียงดาว แล้วนำไปให้บุตรชายของมิสเตอร์ยัง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าได้กำชับนายโทนให้เดินขึ้นไปค้นหาบนดอยหลวงเชียงดาวอีก โดยให้เหตุผลว่าแหล่งกำเนิดที่แท้จริง ต้องอยู่บนดอยหลวงเชียงดาวแน่นอน ตอนต้นเดือนกันยายน นายโทน อุทัยได้ส่งข่าวให้ข้าพเจ้าทราบว่าพบแล้วบนดอยปริมาณมากพอสมควร ตั้งแต่บริเวณปากอ่าวสลุง ความสูงประมาณ 2,000 เมตรลงมาถึงระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตรเท่านั้น ผีเสื้อชนิดนี้จัดอยู่ในพวกสวยงามมาก ปีกแต่ละข้างยาวประมาณ 45-55 มิลลิเมตร ปีกคู่หน้าที่ปลายปีกด้านบนและมุมปีกล่างกลมมน ไม่แหลมและหักมุมเหมือนผีเสื้อชนิดอื่นๆ ในวงศ์เดียวกัน
        ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจแมลงที่ดอยเชียงดาวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 กับอาจารย์อรุณ สำรวจกิจ แต่ก็เห็นเพียงกรอบรูปผีเสื้อชนิดนี้ 1 กรอบเป็นของชาวบ้านที่นั่น ซึ่งคาดว่าเป็นปีสุดท้ายที่ยังมีผู้พบผีเสื้อชนิดนี้ในธรรมชาติ เพราะตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมาไม่มีใครรายงานการค้นพบผีเสื้อชนิดนี้อีกเลย

อาจารย์อรุณ สำรวจกิจ
* ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 ด้วยอายุ 85 ปี มีผีเสื้อและแมลงปอหลายชนิดที่ตั้งชื่อ arooni ซึ่งตามปกติอ่านว่า “อรุณไน” แต่ท่านชอบให้เรียกว่า “อรุณี” เช่นผีเสื้อ Spindasis arooni Murayama & Kimura, 1990;Pseudotajuria donatan arooniEk-Amnuay, 2006 และแมลงปอ Chlorogomphus arooni Asahina, 1981 เพื่อเป็นเกียรติแก่งานที่ท่านได้ทำไว้ ซึ่งมีประโยชน์แก่การศึกษาผีเสื้อและแมลงหลายกลุ่มในประเทศไทยมาก ผีเสื้อชนิดแรกและแมลงปอ แมลงสองชนิดนี้จะได้นำรูปและเรื่องมาลงในเว็บไซต์นี้ต่อไป

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? ลงทะเบียน

x
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|ประวัติการแบน|Siam insect zoo  

GMT+7, 2018-12-13 03:40 , Processed in 0.376157 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20141225, Rev.34

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้