Siam insect zoo : Chiangmai

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา

Pinkish cassava mealybug, Phenacoccus sp., a destructive pest in cassava in S.E. Asia เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูซึ่งมีความสำคัญมากในมันสำปะหลังที่ปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

[คัดลอกลิงก์]
       Cassava Manihot esculenta Crantz are the staple food for about 600 million people across the world. The estimated growing areas in Thailand in 2007 is about 1.2 million ha (7.5 million rai), with the average yield of 18.75 mt/ha (3 mt/rai). There are some cassava mealybugs, including stripe mealybug (Ferrisia virgata), Solenopsis mealybugs (Phenacoccus solenopsis), Jack Beardsley mealybug (Pseudococcus jackbeardsleyi),Green’s mealybug (Phenacoccus madeirensis) and a pinkish cassava mealybug, Phenacocc us manihoti Matile-Ferrero. This mealybugs has now spread to cassava fields in more than 25 provinces of Thailand especially in Nakhon Ratchasima, Lopburi and Saraburi. The severe damages to the shoots can be easily seen in the field. The control measures are generally by chemical control as well as others. Although sometimes it is slightly  too late when the insects appear in the dry season, but when approaching the rainy season this mealybug has been washed out naturally. The use of biological control is another alternative method and being done as it was successfully applied in other countries.  
      
มันสำปะหลัง พืชอาหารที่สำคัญของของคน ประมาณ 600 ล้านคนในเอเชีย แอฟริกาและลาตินอเมริกา พื้นที่ปลูกในประมาณไทยมีประมาณ 7.5 ล้านไร่ในปี 2550โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 3 ตันต่อไร่ ประเทศไทยมีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศมากเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องแมลงศัตรูพืชที่สำคัญที่สุดคือเพลี้ยแป้ง ซึ่งมีรายงานไว้ เช่นเพลี้ยแป้งลาย เพลี้ยแป้งจุดดำ เพลี้ยแป้งเจบี เพลี้ยแป้งหลังสีเขียว และล่าสุดเมื่อไม่กี่ปีมานี้เป็นเพลี้ยแป้งสีชมพู สกุลเดียวกับเพลี้ยแป้งจุดดำเพศเมียที่มีอายุแล้วมีสีชมพู เพลี้ยแป้งชนิดนี้พบระบาดในประเทศไทยมากกว่า 25 จังหวัดโดยเฉพาะที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ลพบุรี และสระบุรี ในฤดูปลูกคือช่วงฤดูฝนนี้ การทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ยอดหงิก แคระแกร็น การใช้สารเคมีเป็นการป้องกันกำจัดวิธีหนึ่งซึ่งใช้ได้ผลดีระดับหนึ่ง แม้ว่าบางครั้งจะล่าช้าเมื่อเพลี้ยแป้งระบาดแล้วในฤดูแล้ง แต่เมื่อย่างเข้าฤดูฝนเพลี้ยแป้งกลับถูกฝนชะล้างและหายไปเอง ทางเลือกที่ควรศึกษาหาทางนำมาใช้เร่งด่วนแม้จะยากก็ตาม คือการใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ น่าจะมีแมลงตัวเบียนซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นที่มีการศึกษาและใช้กันอย่างได้ผลในต่างประเทศ เพื่อการป้องกันกำจัดที่ถาวรสืบไป เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ควรเตือนภัยให้เกษตรกรรับมือ และเป็นข้อมูลให้นักวิชาการได้รับรู้ต่อไป

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? ลงทะเบียน

x
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|ประวัติการแบน|Siam insect zoo  

GMT+7, 2019-8-17 22:02 , Processed in 0.049412 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20141225, Rev.34

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้